ปี 2568 เป็นอีกปีที่กลุ่มบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการลงทุนและการดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ชีวมวล และโครงการโซลาร์รูฟท็อป โดย ณ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งที่ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 367.3 เมกะวัตต์ ในทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น มองโกเลีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย มีรายได้จากการขายและบริการ 3,146.4 ล้านบาท และมีกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core operating profit) 618.7 ล้านบาท แม้ว่าในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ จะต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดันทั้งจากการสิ้นสุดลงของเงินสนับสนุนจากภาครัฐ (Adder) ของโครงการ เสริมสร้าง โซลาร์ (SPN) ในประเทศไทยเป็นปีแรก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ตลอดจนการแข็งค่าของสกุลเงินบาท กระทบต่อการรับรู้รายได้ของโครงการในต่างประเทศซึ่งคิดเป็นกว่า 50% ของรายได้จากโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ก็สามารถวางแผนและจัดการกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2568 ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของบริษัทฯ ทั้งจากการรับรู้ผลประกอบการเต็มปีเป็นปีแรก ของโครงการร่มเกล้า วินด์ฟาร์ม ที่มาจากการเข้าถือหุ้น 100% ในปี 2567 และเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 สามารถบรรลุเป้าหมายในการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญา (PPA) โครงการลีโอ 2 ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นโครงการที่ 5 ที่บริษัทฯ สามารถเปิดดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จตามแผน รวมถึงในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโครงการเสริมสร้าง โซลาร์ (SPN) โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเพิ่มความสามารถของแผงโซลาร์ในการผลิตไฟฟ้า รวมไปถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่จะทยอยเปิดดำเนินการระหว่างปี 2569 – 2573 ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงการไม่หยุดพัฒนาและการหาโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสะสมและต่อยอดการเติบโตต่อไปในอนาคต ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันการเงิน กลุ่มบริษัทฯได้ทำการปรับโครงสร้างหนี้ในหลายโครงการเพื่อเพิ่มฐานเงินทุนและปรับลดต้นทุนทางการเงินในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงในหลายประเทศ อีกทั้งเป็นปีที่กลุ่มบริษัทฯ ออกหุ้นกู้ทั้งสิ้น 3 ชุด รวมทั้งสิ้น 2,600 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรกจำนวน 2,000 ล้านบาท โดยชุดที่ 1/2568 มูลค่า 1,200 ล้านบาท มีอันดับเครดิตหุ้นกู้ AAA โดย TRIS Rating จากการค้ำประกันโดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) โดยหุ้นกู้ทุกชุดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากผู้ลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนนี้จะถูกจัดสรรไปเพื่อชำระคืนหนี้เดิม ตลอดจนการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพตามแผนการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ต่อไป ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาและต่อจากนี้ไป กลุ่มบริษัทฯ ขอให้คำมั่นที่จะยืนหยัดเดินหน้าการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ไม่เพียงแต่เพื่อสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงทางพลังงาน แต่เพื่อให้แน่ใจว่าทุกย่างก้าวของการเติบโตจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม รวมถึงสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในโอกาสนี้จึงขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกหน่วยงาน คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น นักลงทุน สถาบันการเงิน คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ช่วยขับเคลื่อนทุกการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร